บินแบบประหยัด Tokyo-Sapporo กับสายการบินเหลือง-ฟ้า Vanilla Air 

img_0644

บางครั้งการบินตรงจาก Bangkok ไป Sapporo ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับ Backpacker อย่างเราๆ (ถ้าไม่เจอตั๋วโปร) เลยอยากมีอีกหนึ่งทางเลือกมานำเสนอค่ะ… ลองหาตั๋วบินไปโตเกียวถูกๆซักใบ แล้วค่อยบินต่อไป Sapporo ก็ good idea นะคะ เผลอๆรวมๆแล้วถูกกว่าบินตรงเลยซะด้วยซ้ำ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ครั้งแรกกับ Vanilla Air ให้เพื่อนๆค่ะ


บินจาก Tokyo ไป Sapporo ด้วยสายการบิน low-cost สีเหลืองฟ้าสดใส “Vanilla Air”

Flight JW913 / Depart 12.25 – Arrive 14.10

ราคา 8,970 JPY/คน หรือประมาณ 3,000 บาท

เห็นแค่สีเหลือง-ฟ้า ก็รู้สึกถึงความสดใสน่ารักและ friendly ของสายการบินนี้แล้วค่ะ สำหรับใครที่จะใช้บริการ Vanilla Air จะต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน Narita Terminal 3 นะคะ ซึ่ง Terminal นี้จะรองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบิน Low-cost เท่านั้น นอกจาก Vanilla Air แล้วก็จะมี Jetstar, Spring Japan และ JEJU Air ค่ะ


Terminal 3 ที่เปิดใหม่นี้ก็เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ ปี 2020 ครามเก๋ของ Terminal 3 นี่คือตั้งแต่บริเวณด้านนอกจะมีทางเดินที่มีลักษณะเป็นเหมือนลู่วิ่งในการแข่งกีฬา ทอดยาวเข้าไปในตัวอาคารยาวไปจนถึงทางเข้า departure hall ค่ะ เก๋มากจริงๆ ชอบมากๆๆๆ เดินอยู่บนลู่วิ่งให้ความรู้สึกเหมือนได้ลงแข่ง 555


สำหรับ check-in counter ของ Vanilla Air จะอยู่ที่ Row E (Internation) และ Row F (Domestic) ค่ะ โดยเคาเตอร์จะเปิดก่อนเวลาบินประมาณ 1.30 ชม. ค่ะ

ขอบคุณภาพจาก Vanilla Air Official Website

ความดีงามอย่างหนึ่งของ Vanilla Air ก็คือผู้โดยสารจะได้น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ฟรีคนละ 20 kg. ค่ะ แถมยังสามารถหิ้ว carry-on ขึ้นเครื่องได้อีก 10 kg.  และด้วยความที่ใจดีขนาดนี้แล้ว น้ำหนักต้องไม่เกินตามที่เค้ากำหนดไว้นะคะ ถ้าเกิดปุ๊ป จ่ายตังค์ปั๊ปจ้าาา

ขอบคุณภาพจาก Vanilla Air Official Website

ขอบคุณภาพจาก Vanilla Air Official Website

บริเวณเคาเตอร์ check-in จะมีตู้ check-in แบบอัตโนมัติด้วยค่ะ ใช้งานง่ายมากแค่ใส่หมายเลขการจองของเราไป boarding pass ก็จะปริ๊นออกมาให้เลย… เหมาะมากๆสำหรับคนที่ไม่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่องค่ะ


เอาล่ะ check-in เรียบร้อย เรามาวิ่งบนลู่วิ่งเข้าสู่ departure hall กันเลยดีกว่า…ตามมาฮ๊ะ

อ่อ…ลืมบอกไปว่าก่อนเข้าไปด้านใน ถ้าใครหิวๆด้านนอกมี food court นะคะ แวะทานได้ก่อน


Terminal นี้ค่อนข้างเล็กค่ะ พอตรวจเครื่องเอ็ซเรย์เสร็จแล้วเดินผ่านประตูเข้ามาก็เป็นที่นั่งรอขึ้นเครื่องเลยค่ะ ซึ่งเราจะต้องนั่งรถบัสต่อไปที่เครื่องอีกเพราะไม่มีงวงนะ


เอาละคะ และแล้วก็ถึงเครื่องซะที หางสีเหลืองเด่นเป็นสง่า เครื่องที่เรานั่งวันนี้คือ A320 ค่ะ ที่นั่งแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 ที่นั่ง ถึงแม้ว่าที่จะไม่กว้างมาก แต่แค่นั่งแล้วเข่าไม่ติดเบาะหน้าก็พอล่ะ

พนักงานต้อนรับก็น่ารัก ยิ้มแย้ม บริการดีมากๆค่ะ



ในกระเป๋าหน้าที่นั่งก็จะมีนิตยสารของสายการบิน ชื่อว่า tabic, เมนูอาหารขายบนเครื่อง และ safety card ก็ลองเปิดไปเปิดมาดูไปเรื่อยๆจนไปเจอว่ามีอย่างนึงน่าสนใจ…(แต่ขออุบไว้ก่อนเดี๋ยวเฉลย!)

ผู้โดยสารขึ้นเครื่องเรียบร้อย พนักงานต้อนรับก็มาสาธิตเรื่อง safety ค่ะ มีถือป้ายบอกด้วยค่ะว่า Attention!!! สนใจฟังฉันหน่อยน้าาาาา 🙂 น่ารักดี




เครื่อง take off ละคะ…เริ่มหิวนิดๆ มาเฉลยทีเด็ดของ Vanilla Air กันดีกว่า…

เปิดไปที่เมนูอาหารที่ขายบนเครื่อง ไปเจอเจ้าสิ่งนี้ค่ะ “Vanilla Air Original Creamy Custard Bun” ราคาชิ้นละ 350 JPY เป็น signature ที่ต้องชิมเลยค่ะ เราก็ไม่พลาดจัดมา 2 ชิ้น

อร่อยมากกกก (คหสต.นะ) คือขนมปังนุ่ม ไส้ครีมคัสตาดข้างจะเย็นๆและเยอะมาก ฟินเลย ชอบๆๆ จะหาทานทีไ่หนได้อีกนี่ ถ้าไม่ได้ขึ้น Vanilla Air !



รองท้องไปได้ซักพัก เครื่องก็จะ landing แล้วค่ะ มองลงมาจากเครื่องบิน เห็นหิมะขาวปูพรมอยู่สวยงามมากๆ ในที่สุดก็มาถึง New Chitose Airport เป็นที่เรียบร้อยยยย

เป็นอีกการเดินทางที่ประทับใจค่ะ โดยเฉพาะขนมปังไส้คัสตาด อิอิ

หากใครมีแพลนไปเที่ยวหลายๆเมืองในญี่ปุ่นที่อยู่คนละเกาะอะไรอย่างงี้ ลองใช้บริการของ Vanilla Air ได้นะคะ ราคาประหยัด บริการประทับใจค่ะ


ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

#เที่ยวรัวรัว



Categories: How To, I Love the WORLD

Tags: , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: