NEW ZEALAND 10 คืน 11 วัน เหมือนอยู่ในเมืองแห่งความฝันจริงๆ Part#3

เดินทางกันมาถึง Part 3 กันแล้ว คราวนี้จะต่อกันที่ ฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ New Zealand กันบ้างค่ะ
ตามแผนการเดินทางของเราจะเหลืออีก 5 เมือง คือ Akaroa – Chirstchurch – Kaikoura – Picton – Wellington  ตามไปเที่ยวกันต่อเลยยยยยค๊า

o7hddreupppywxi1ggo-o

จากที่เราได้ผ่านเส้นทางที่สุดจะธรรมชาติกันมาหลายวัน หลังจากนี้เราจะเข้าสู่เขตเมืองกันบ้างล่ะคะ
จาก Mt.Cook เราตัดสินใจขับรถยิงยาววววววววมาทางชายฝั่งตะวันออก ที่หมายแรกของเราคือเมืองเล็กๆที่ชื่อว่า Akaroa เราใช้เวลาขับรถยิงยาวกันไปเกือบๆ 4 ชั่วโมงค่ะ

Akaroa เมืองไซส์มินิที่เข้าถึงยากเหลือเกินเพราะต้องขับรถผ่านหลายร้อยโค้งมหาโหดเพื่อเข้าไปถึง…ไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่ต้องตั้งใจไปเท่านั้น เมือง Akaroa เป็นสถานที่ที่สมัยก่อนชาวฝรั่งเศสมาตั้งรกราก เลยมีบ้านรูปทรงสวยๆขนาดกะทัดรัดเต็มไปหมด
ริมชายหาดที่ร้าน Fish&Ship ที่อร่อยเลยทีเดียว และอีกิจกรรมที่น่าทำคือ ว่ายน้ำกับปลาโลมา
(แต่คราวนี้ขอบาย 555)

Highlight เด็ดของเมืองในซอกหลืบแห่งนี้คือ Alpacas Farm ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มี Alpacas เดินเล่นให้เราเข้าไปกอดเป็นร้อยตัวแถมด้วยฉากหลังที่สวยสุดจะบรรยาย… เดี๋ยวตามมาดูรูปกันนนนน ฟิ้วว…

ที่หมายแรกที่แวะไป…เรียกว่าต้องตั้งใจไปจะดีกว่านั่นคือ Shammarra Alpacas Farm ค่ะ ที่พลาดฟาร์มนี้ไม่ได้จริงก็เพราะวิวทิวทัศน์ที่บอกได้เลยว่า มันยิ่งกว่าฟาร์ม แต่คือสวรรค์จริงๆ
Alpacas Farm แห่งนี้จะมี farm tour เป็นรอบๆค่ะ ราคา 45 NZD ต่อคน แต่ด้วยความที่เราขับรถกันไกลมากๆ กว่าจะไปถึงฟาร์มก็พลาด tour รอบสุดท้าย เราก็ได้แต่ไปเดินด้อมๆมองๆอยู่หน้าร้านของที่ระลึก (ตอนนี้ไม่มีคนเลย)
ทันใดนั้นคุณลุงเจ้าของฟาร์มก็มาทักทาย และด้วยสีหน้าที่สุดจะอ้อนวอนของเรา ทำให้คุณลุงเปิด tour รอบพิเศษสุด exclusive ให้โดยเฉพาะ เป็น mini-tour ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แถมยังลดราคาให้เหลือเพียง 30 NZD ด้วย ดีงามมาก รักในความมีน้ำใจของคุณลุงจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.shamarra-alpacas.co.nz/

คุณลุงเตรียมอาหารให้เราไว้ป้อน Alpacas และพาเดินไปเรื่อยๆ Alpacas ที่ฟาร์มของคุณลุงนี้เป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดโลกค่ะ ชนะการประกวดมาหลายต่อหลายเวทีแล้ว… โดยจะแบ่ง Alpacas ออกเป็น 2 ฟาร์ม ฝั่งนึงจะเป็นตัวผู้ และอีกฝั่งคือตัวเมียและลูกๆ

ฟาร์มนี้ อยู่บนเนินเขาที่สามารถเห็นวิวพาโนรามาของเมือง Akaroa ค่ะ มองลงไปนี่มันเกินบรรยาย แต่ตอนแรกก็สงสัยว่ามองไปทำไมไม่เจอ Alpacas ซักตัว…แต่ทันใดนั้นที่คุณลุงส่งเสียงเรียกลูกๆเท่านั้นแหละ สิ่งที่เห็นคือ Alpacas วิ่งเรียงแถวกันขึ้นมาบนเนิน มันน่ารักมากกกกจริงๆ (ดูจากในรูปนะคะ) เพลิดเพลินให้อาหาร และเดินเล่นท่ามกลาง Alpacas ทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้พักใหญ่ ก็ได้เวลาขยับเข้าไปในตัวเมือง Akaroa กันต่อก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน
img_6171img_6182img_6174

img_6173

ไปต่อค่ะพี่สุชาติ… !!
หลังจากที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศจากมุมบนเขาแล้ว  ตอนนี้เราขับรถลงมาในตัวเมืองของ Akaroa กันบ้าง
จากฟาร์ม Alpacas ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ถึงในเมืองแล้วค่ะ วันนั้นที่เดินทางไปกว่าจะถึงก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ร้านค้าเริ่มปิด แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะได้เห็นมุมที่แสนจะสงบสุข ขอบ้านหลังเล็กๆสไตล์ฝรั่งเศสที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมทะเลสาบ พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงกระทบสะท้อนกับแผ่นน้ำ สวยงามมากๆค่ะ เมืองนี้มีขนาดเล็กมากๆๆๆจริงๆ เหมาะกับคนที่ไม้เน้นแสงสี นั่งทอดอารมณ์ไปวันๆก็ฟินแล้ว
กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือ การไปว่ายน้ำกับปลาโลมา ค่ะ

เสียดายที่คราวนี้ไม่มีโอกาสมานอนซักคืน…ถ้าคราวหน้าได้มา New Zealand อีกครั้งจะไม่พลาดมาพักที่เมืองนี้แน่นอน
มาดูภาพบรรยากาศกันให้เต็มอิ่ม เดี๋ยวเราจะไปต่อกันที่ Christchurch แล้วค่ะ

ปล.วันที่ไปถึง ริมทะเลสาบมีชายนักเปียโนที่จะย้ายที่เล่นไปตามเมืองต่างๆมาจอดเล่นด้วยค่ะ ไพเราะน่าดู ชือว่า Pango’s Travelling Piano ไปติดตามกันได้ที่   https://www.facebook.com/pangostravellingpiano
img_6185img_6188

ไปต่อค่ะพี่สุชาติ…
ตอนนี้ขยับเข้าเมืองอย่างเป็นทางการค่ะ

Christchurch เมืองเกือบใหญ่ทางตะวันออก บนเกาะใต้ของ New Zealand เป็นอีกเมืองที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ “สีสันสะดุดตา” ทุกมุมตึกมีอะไรให้อยากหันไปมอง โดยเฉพาะ Street Art ที่เท่ห์และมีความหมายดีๆแฝงไว้เสมอ

ถ้ามีเวลาเพียงวันเดียวในเมืองนี้ แนะนำให้เดินเที่ยวค่ะ เพราะกลุ่มสถานที่ attraction ต่างๆอยู่ไม่ไกลกันมากนัก
แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อไม่นานเป็น community mall เล็กๆที่ชื่อว่า Re:START ค่ะ ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์สีสันสดใสมาวางเรียงรายกัน มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกอยู่มากมาย มีนักท่องเที่ยวและชาวเมืองมาเดินเล่นกันแต่เช้า

Christchurch เป็นเมืองที่มีการผสมผสานความเป็นเมืองและธรรมชาติได้เป็นอย่างดี มีแม่น้ำ Avon ผ่านกลางเมืองสามารถนั่งเรือชมบรรยากาศสองฝั่งคลองเล็กๆได้  ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ค่ะ   http://welcomeaboard.co.nz/punting/

และมี Botanic Garden ทีใหญ่โตมากๆด้วย เดินเล่นเพลินๆใช้เวลานานเลยล่ะ
อีกหนึ่ง Highlight คือ รถราง Christchurch City Tour ค่ะ ท่ารถอยู่ที่ Worcester Boulevard ตรงข้ามทางเข้า Botanic Garden เลย
โดยเส้นทางของรถรางจะขับผ่านจุดสำคัญๆของเมืองครบเลยค่ะ ถ้าใครไม่อยากเดินเยอะ แนะนำให้ใช้บิการรถรางก็ชิวดีนะคะ
ข้อมูลเพิ่มเติม http://welcomeaboard.co.nz/christchurch-tram/

ในความโดดเด่นของสีสันทั่วทั้งเมือง Christchurch กับแฝงไปด้วยร่องรอยของความโศกเศร้า…
หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 Landmark หลายจุดในเมืองได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ Christchurch Cathedral จุดศูนย์กลางของเมือง ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังคงเก็บรักษาส่วนที่ยังเหลือไว้ และยังเห็นร่องรอบซากปรักหักพัง เพื่อเป็นการสะท้อนและระลึกถึงผู้จากไปในเหตุการณ์ในตอนนั้น…

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบในเมือง Christchurch แห่งนี้คือ…ข้อความ สัญลักษณ์ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการให้กำลังใจกันและกัน ให้ก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าที่ผ่านมาชาว Christchurch จะต้องเจอกับเหตุการณ์อันเลวร้ายก็ตาม…

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า Christchurch เป็นเมืองแห่ง Street Art ซึ่ง พี่หยอด ชอบมากๆๆๆๆเลย

เดินผ่านไปแต่ละมุมตึกต้องเหลียวหลังไปดูว่า เอ๊ะ…มุมนี้จะมี Graffiti มั้ยนะ… ส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับลานจอดรถค่ะ แต่ละภาพเน้นการใช้สีสันที่จัดจ้าน และภาพสื่อความหมายอย่างลึกซึ้ง

ตามล่าหา Graffiti มาได้แค่นี้ เลยภาพมาฝากกันค่ะ

img_6375img_6376



Categories: I Love the WORLD

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: